top of page
Search

Martensitic Stainless Steels

  • Writer: Bhubadee Luangphiphatsorn
    Bhubadee Luangphiphatsorn
  • Jul 17, 2024
  • 1 min read

" รู้หรือไม่ สแตนเลสก็มีหลายแบบหลายชนิด "

ชนิดของสแตนเลสมีอะไรบ้าง แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร และใช้ทำอะไรได้บ้าง?



ในตอนที่3 จะเป็นบทความที่พูดถึงสแตนเลสชนิด Martensitic



Martensitic Stainless Steels


Martensitic Stainless Steel


Martensitic Stainless Steel เป็นสแตนเลสสตีลที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับ Ferritic Stainless Steel มากกว่า ซึ่งมีความสามารถในการเหนี่ยวนำแม่เหล็ก มีความแข็ง เหนียวและทนทานต่อการรับแรงที่พยายามจะเปลี่ยนรูปร่างของตัวโครงสร้างภายนอกได้ดีโดยคุณสมบัติเหล่านี้ได้มาจากการนำโลหะเหล็กผสมไปผ่านกระบวนการ Heat treatment


โครงสร้างพื้นฐานทางเคมีจะเป็นแบบ Body-centered tetragonal (BCT)


สรุปโดยง่าย Martensitic คือ Ferritic ในเวอร์ชั่นอัพเกรดผ่านกระบวนการ Heat treatment



Heat treatment Process



Heat treatment process คือกระบวนการที่ใช้ทั้งความร้อนและความเย็นในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของโลหะเหล็กผสมชนิด Ferrite ไปเป็นแบบ Martensitic เพื่อเพิ่มคุณสมบัติที่ดีเพิ่มเติมให้แก่ Ferritic Stainless Steel เช่น ความแข็ง และความยืดหยุ่นในการขึ้นรูป ซึ่งคุณสมบัติเหล่าจะส่งเสริมให้ Martensitic Stainless Steel นำไปใช้กับกลุ่มอุตสาหกรรมกลุ่มซับซ้อนสูงที่ต้องการความแข็งแรง เหนียว และทนทานต่อการเปลี่ยนรูป(สึกได้ยาก)


ขั้นตอนการทำ Heat treatment


  1. Austenitizing : กระบวนการที่เปลี่ยนโครงสร้างเคมีภายในของเหล็กไปเป็นแบบ Austenitic หรือ โครงสร้างแบบ Face-centered cubic(FCC)


หลักการ : ให้ความร้อนแก่เหล็กขึ้นไปราว 950 - 1050 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิจะขึ้นกับองค์ประกอบของโลหะเหล็กผสมชนิดนั้น


2. Quenching : กระบวนการหล่อเย็นโลหะเหล็กผสมที่ได้จากกระบวนการ Austenitizing อย่างรวดเร็วด้วยจากจุ่มในน้ำมัน, น้ำ หรือสารหล่อเย็นอื่น โดยชนิดของสารหล่อเย็นที่เหมาะสมจะเปลี่ยนไปตามชนิดของโลหะผสม ซึ่งจะทำให้โครงสร้างภายในกลายเป็น Body-centered tetragonal(BCT) หรือ Martensite


3. Tempering : เป็นกระบวนการป้องกันไม่ให้เกิดความเปราะในเนื้อผิวโลหะผสม เนื่องจากการเพิ่มอุณหภูมิและลดอย่างรวดเร็วจะทำให้เนื้อเหล็กมีความเปราะได้ง่าย โดยกระบวนการนี้จะคล้ายกับการอบเนื้อเหล็กให้อุณหภูมิกลับไปยัง 150 - 700 องศาเซลเซียส(ขึ้นกับชนิดของโลหะผสม)




410 Grade Stainless Steel



องค์ประกอบ(Composition)

  • 11.5-13.5% Chromium (Cr)

  • Up to 1% Manganese (Mn)

  • Up to 0.15% Carbon (C)


คุณสมบัติเด่น

  • ทนต่อการกัดกร่อนได้ระดับหนึ่ง(สภาวะแวดล้อมทั่วไป)

  • มีความแข็งที่สูง

  • มีความสามารถในการเหนี่ยวนำแม่เหล็ก


การนำไปใช้งาน

  • อุปกรณ์กลุ่มมีด (Cutlery)

  • อุปกรณ์กลุ่มใบพัดในโรงงานอุตสาหกรรม (Industrial blades and scrapers)

  • อุปกรณ์จับยึดโลหะ (Fasteners)



420 Grade Stainless Steel



องค์ประกอบ(Composition)

  • 12-14% Chromium (Cr)

  • Up to 1% Manganese (Mn)

  • 0.15-0.45% Carbon (C)


คุณสมบัติเด่น

  • เป็นสแตนเลสสตีลที่ขึ้นเงาได้ยอดเยี่ยม (เงากระจก)

  • มีความแข็งที่สูง และทนต่อการเสียดสีที่ทำให้เกิดการสึกกร่อน

  • ทนต่อการกัดกร่อนได้ระดับหนึ่ง(สภาวะแวดล้อมทั่วไป)

  • มีความสามารถในการเหนี่ยวนำแม่เหล็ก


การนำไปใช้งาน

  • อุปกรณ์กลุ่มมีดทำครัว (Kitchen Knives)

  • กรรไกร (Scissors)

  • วาล์วชนิดเข็มที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม (Needle Valves)



440C Grade Stainless Steel



องค์ประกอบ(Composition)

  • 16-18% Chromium (Cr)

  • Up to 1% Manganese (Mn)

  • 0.95-1.2% Carbon (C)


คุณสมบัติเด่น

  • มีความแข็งที่สูง และทนต่อการเสียดสีที่ทำให้เกิดการสึกกร่อนสูงมาก

  • ทนต่อการกัดกร่อนได้ดี (มีปริมาณ Chromium ที่สูง)

  • มีความสามารถในการเหนี่ยวนำแม่เหล็ก


การนำไปใช้งาน

  • เหมาะอย่างยิ่งในการนำไปทำมีดคุณภาพสูง (Super High Quality Knives)

  • ตลับลูกปืน (Bearing)

  • อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบวาล์ว (Valves components)

  • แม่พิมพ์ในโรงงานอุตสาหกรรม (Mold tools)

 
 
 

Comments


SANTICHAI LOHAKIJ

Address : 111/10 เอกชัย6 แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพฯ 10150

Telephone :  02-415-1381




 

S_gainfriends_2dbarcodes_BW.png
bottom of page